วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

สรุปบทที่ 2 (ครึ่งหลัง)

สรุปบทที่ 2
E-business  infrastructure

Blog  คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์  โดยเนื้อหาเป็นเรื่องใดก็ได้ ซึ่งข้อมูลประกอบด้วยข้อความรูป และลิงค์
บุคคลที่โพสตลงใน entries  เรียกว่า  blogger


จุดเด่นของ Blog
  •  เป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านที่  เป็นกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน
  • มีความสะดวกและง่ายในการเขียน Blog ทำให้สามารถเผยแพร่ความคิดเห็นของผู้เขียน blog ได้ง่ายขึ้น
  •  Comment จากผู้ที่สนใจเรื่องเดียวกันบางครั้งทำให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ

ข้อแตกต่างของ Blog กับเว็บประเภทอื่น
  •  การใส่ข้อมูลใหม่ทำได้ง่าย
  •  มี template อัตโนมัติช่วยจัดการ
  •  มีการกรองเนื้อหาแยกตามวัน ประเภทผู้แต่งหรืออื่นๆ
  •  ผู้ดูแลจัดการ blog สามารถเชิญ หรือ  เพิ่มผู้แต่งคนอื่น โดยจัดการเรื่องการอนุญาตและการเข้าถึงข้อมูลได้โดยง่าย
  •  เจ้าของ blog จะเป็นผู้สร้างหัวข้อสนทนาเท่านั้น
ตัวอย่างของ blogger







Internet Forum
  • ทำหน้าที่คล้าย bulletin board และ newsgroup
  • มีการรวบรวมข้อมูลทั่วๆไป เช่น เทคโนโลยีเกม,คอมพิวเตอร์การเมือง ฯลฯ
  • ผู้ใช้สามารถโพสหัวข้อลงไปในกระดานได้ 
  • ผู้ใช้คนอื่นๆ ก็สามารถเลือกดูหัวข้อหรือแม้กระทั่งโพส ความคิดเห็นของตนเองลงไปได้



Wiki

  • สามารถสร้างและแก้ไขหน้าเว็บเพจขึ้นมาใหม่ผ่านทางบราวเซอร์ โดยไม่ต้องสร้างเอกสาร html 
  • Wikiเน้นการทำระบบสารานุกรม, HOWTOs ที่รวมองค์ความรู้หลายๆ แขนงเข้าไว้ด้วยกันโดยเฉพาะ
  • Wikipedia  เป็นเหมือนสารานุกรม (Encyclopedia) สาธารณะที่ทุกคนสามารถใส่ข้อมุลลงไปได้  รองรับมากกว่า 70 ภาษารวมทั้งภาษาไทย
  • มีการประยุกค์ใช้ซอฟต์แวร์วิกิที่สำคัญยิ่งในการสร้างสารานุกรม  http://www.wikipedia.org
  • วิกิพีเดียในภาคภาษาไทยที่ http://th.wikipedia.org















Instant Messaging
             เป็นการอนุญาตให้มีการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลบนเครือข่ายที่เป็นแบบ relative privacy 

ตัวอย่างเช่น Gtalk  , Skype  , Meetro , ICQ , Yahoo Messenger  , MSN Messenger และ AOL Instant Messenger  เป็นต้น












Folksonomy(ปัจเจกวิธาน)
การจัดกลุ่มการจัดระเบียบและค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตโดยทั่วไปมี แบบ คือ
1. ค้นหาในเนื้อความ  (Text Search)
2. เรียงเนื้อหาตามลำดับเวลา  (Chronological)
3. แยกตามกลุ่มประเภท  (Category, Classification)

 ค้นหาในเนื้อความ  (Text Search)
ตัวอย่างเช่น Google ที่ก่อตั้งโดย Sergery Brin และ Larry Page ได้ออกแบบเพื่อจัดอันดับความสำคัญของเว็บโดยคำนวณจากการนับ Link จากเว็บอื่นที่ชี้มาที่เว็บหนึ่ง ๆ


เรียงเนื้อหาตามลำดับเวลา  (Chronological)
เนื่อหาข้อมูลจะถูกจัดเก็บเรียงลำดับเวลาโดยแสดงตามเวลาใหม่ล่าสุดก่อน  เช่น  เว็บไซต์ประเภทข่าวอย่าง  CNNBBC และ Google

แยกตามกลุ่มประเภท  (Category, Classification)
การจัดระเบียบนี้ยึดเอาหัวข้อเป็นหลักแล้วแยกประเภทออกไป  เช่น  แบ่งหนัวสือเป็นประเภทธุรกิจ , หนังสือเด็ก , นวนิยาย , คอมพิวเตอร์ , ศาสนา , วิทยาศาสตร์ ฯลฯ  จะช่วยให้ค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น

คำว่า Folksonomy นี้มีที่มาจากการที่  ใครก็ได้ทุกๆคน (Folk) มีสิทธิในการจัดทำอนุกรมวิธาน
(Taxonomy) หรือ จัดกลุ่มประเภทหมวดหมู่ของเอกสารในดลกอินเทอร์เน็ต  เช่น  การจัดประเภทสัตว์หรือพืช  ต้องอาศัยผู้รู้เพียงกลุ่มหนึ่งที่มีความรู้เรื่องนั้นๆ

Tag  คือวิธีการใช้ Tag นี้มีความสะดวกตรงที่ไม่ต้องจำลำดับชั้นการจัดระเบียบเช่นเดิม  การค้นเจอเว็บก็ได้จาก Tag หลายๆ ตัวได้  ไม่จำกดอยู่แต่ข้อมูลใน  Folder เดียวกัน







คุณลักษณะพิเศษที่ได้จากปัจเจกวิธาน
  • กระแสการติดตามเว็บใหม่ๆตามชื่อ Tag (Stream  and Feed)
  • การเห็นกลุ่ม Tag ก่อตัวกันมองคล้ายกลุ่มเฆม  (Tag  Cloud)
  • การให้คะแนนความนิยม (Rating and Popularity)
  • การท่องอินเทอร์เน็ตอย่างมีเนื้อหาข้อมูลข้ามสายกัน (Cross-Navigation)


Networking standards
เป็นขบวนการที่เกี่ยวข้องกับทุกๆ protocol & procedure และระเบียบแบบแผนต่างๆ ที่ใช้ในระบบอินเตอร์เน็ต

TCP/IP
  • ข้อตกลงในการควบคุมการรับส่งข้อมูล และ internet หรือ protocol ของระบบ internet Transmission Control Protocol/Internet Protocol
  • โปรโตคอล   เป็นชื่อเรียกของชุดโปรโตคอลที่สำคัญ  มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายตามการขยายตัวของอินเตอร์เน็ต/อินทราเน็ต

  • โปรโตคอลมีบทบาทสำคัญในการทำงานในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต  คือ  Internet Protocol (โปรโตคอล IP)  เมื่อโปรโตคอลอื่นๆต้องการส่งผ่านข้อมููลข้ามเครือข่ายในอินเตอรืเน็ตนั้น  จะต้องอาศัยการผนึกข้อมูล  (encapsulation) ไปกับโปโตคอล IP  ทีมีกลๆกการระบุเส้นทาง (route  service) ผ่าน Gateway  หรือRouter  เนื่องจากกลไกการระบุเส้นทางจะทำงานทeโปรโตคอล  IP  เท่านั้น


The HTTP protocol
HTTP มาจากคำว่า Hypertext Transfer Protocol ซึ่งเป็น protocol ที่ใช้ในการส่งเดต้าต่าง ๆ ในโลกของ World Wide Web

Uniform resource locators (URLs)
 คือ ตัวระบุแหล่งทรัพยากรสากล (URI) ประเภทหนึ่ง ซึ่งใช้สำหรับระบุแหล่งที่อยู่ของทรัพยากรที่ต้องการ และมีกลไกบางอย่างสำหรับดึงข้อมูลทรัพยากรนั้นมา  ในการใช้เอกสารทางเทคนิคและอภิปรายทั่วไปมักจะใช้ยูอาร์แอลอาจหมายถึง ที่อยู่บนเว็บ หรือที่อยู่อินเตอร์เน็ตก็ได้ ซึ่งปกติแล้วเรามักพิมพ์ยูอาร์แอลในแถบที่อยู่ของเว็บเบราว์เซอร์เพื่อเรียกข้อมูลจากเว็บไซต์

Domain names
 คือ ชื่อเว็บไซต์ (www.yourdomain.com) ที่สามารถเป็นเจ้าของ ซึ่งจะต้องไม่ซ้ำกับคนอื่น เพื่อการเรียกหาเว็บไซต์ที่ต้องการ   เมื่อผู้ใช้กรอกชื่อลงไปในช่อง  Adddress  ของ  Internet  Explorer  ก็จะส่งชื่อไปร้องถามจากเครื่องแปลชื่อ โดเมน (Domain Name server) และได้รับกลับมาเป็นไอพีแอดเดรส (Internet Protocol)  แล้วส่งคำร้องไปให้กับเครื่องปลายทางตามไอพีแอดเดรส
  • ความยาวของชื่อ Domain ตั้งได้ไม่เกิน 63 ตัวอักษร
  • Domain ต้องจดในชื่อของเราเท่านั้น Domain Ownership
  • ถ้าเป็น Domain ของบริษัท พยายามจดภายใต้ชื่อบริษัท อย่าจดด้วยชื่อพนักงาน IT
  • ข้อมูลที่สำคัญที่สุดของ Domain คือ Owner Detail
  • ใช้อีเมล์ที่จะอยู่กับเราตลอดไปในการจดโดเมน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ใช้ติดต่อกับเราเรียกว่า     Registrant E-mail
  • บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ Domain ของเราไว้ให้ดี วันหมดอายุ ผู้ติดต่อ และอื่น ๆ











ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น